นาร๊า นารา

posted on 23 Jan 2013 15:25 by alfalfa in travel directory Travel, Diary
ไม่ได้อัพบล็อคนี้มาเป็นปีเลย xDDDDDD ยังจะมีคนอ่านหรือเปล่าเนี่ยยยยยย 
 
เรื่องที่จะอัพนี่ก็เก๊าเก่าตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมปีโน้นแน่ะค่ะ
 
แถมยังไปเที่ยวใหม่มาแล้วด้วย เรื่องเต็มเลย (ได้ข่าวว่าทิเบตตั้งแต่ปีมะโว้ยังอยู่แค่ทะเลสาปศักดิ์สิทธิ์) 
 
เลยมาอัพซักหน่อยดีกว่า ไปญี่ปุ่นเมื่อคราวนั้น ขากลับแวะเกาหลีด้วยค่ะ (มันเปลี่ยนเครื่องเลยแวะเที่ยวซะเลย ติดใจบินแบบเปลี่ยนเครื่องละ ครั้งเดียวได้สองประเทศ เอิ๊กๆ)
 
เอ ยังไงนะ คราวที่แล้วจบที่กลับมาจากอิเสะใช่ไหมนะ ^^
 
สรุปว่า หลังจากซักผ้าผ่อนนอนแช่น้ำร้อนแล้วก็พบว่าสังขารตัวเองไม่ไหวจริงๆ ค่ะ
ญี่ปุ่นหน้าร้อนมันโหดขิงๆ ยิ่งไปเดินขึ้นเขาประมาณสามลูกด้วยแล้ว 
เลยตัดใจจากอิงะ ไปแค่นาราก็พอ กะว่าคงไม่หลงละ เพราะเคยไปอยู่มาสองอาทิตย์ 
แต่ที่ไหนได้ หลงสะบัดเลยค่ะ XD 
เขาบอกให้เดินซ้าย ดันปีนเขาไปโผล่ออกอีกฝาก ลงเขามา นู้นนนน ไปอยู่ทางใต้ของเมืองเก่า กว่าจะหาทางกลับสถานีได้เกือบตกรถไฟ 
 
อันนี้ก็ต้องบอกว่า สกิลหลงทางของเราช่างเทพจริงอะไรจริง (ตีหัวตัวเอง) 
 
มานาราก็ต้องมาหาเจ้าพวกนี้ค่ะ 
 
น้องกวางงงง 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หน้าตานางเวลามาขอของกินจะเป็นแบบนี้แหละ กวางที่นาราเป็นใหญ่ค่ะ ขึ้นไปบนภูเขามีป้ายห้ามเข้าระวังกวางด้วย เพราะเวลาเค้าอยู่กันเป็นฝูงใหญ่บางทีเค้าก็ไม่ให้คนเข้าใกล้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าเค้าดุนะคะ แค่เยอะเท่านั้นเอง :D 
 
 
เดินไปมาแล้วรู้สึกว่าเมืองนาราดีอย่างนึง คือไม่ต้องจ้างพนักงานตัดหญ้าเลย น้องกวางเล็มให้จนหญ้าสั้นสวยเท่ากันทุกสนามเลยค่ะ แถมใส่ปุ๋ยธรรมชาติให้ด้วย :D
 
มานาราคราวนี้ที่ที่อยากไปมีสองที่ค่ะ ที่แรกคือห้องโถงเดือนสอง หรือ Nigatsu-do ที่อยู่ในวัด Todai-ji หรือวัดหลวงพ่อโตของนาราค่ะ โถงเดือนสองจะอยู่ด้านหลังของหลวงพ่อโต เดินขึ้นเขาไปทางตะวันออก เป็นอาคารไม้ที่สวยงามมากเชียวค่ะ และเป็นที่ที่จัดเทศกาลเดือนสอง (แต่จริงๆ จัดวันที่ 1 มีนา) ซึ่งเป็นเทศกาลทางศาสนาพุทธที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของญี่ปุ่นด้วยค่ะ 
 
พนักงานตัดหญ้าที่ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนค่ะ เต็มวัดเลย
 
 
มองจากระเบียงโถงเห็นวิวเมืองนาราแบบนี้
 
 
อดจะนึกถึงหนังผีญี่ปุ่นไม่ได้เลยอ่ะ ^^' 
ฟ้ากับหลังคาวัด จะมียักษ์หรือปีศาจบินลงมามั้ยน้า...
 
ออกจากโถงเดือนสองก็ลัดเลาะไปบนเขาค่ะ เลาะไปเรื่อยๆ ผ่านทางน้ำแห้งๆ ผ่านศาลเจ้าเล็กๆ อีกหลายศาล เพื่อจะไปที่นี่ค่ะ 
 
ศาลเจ้า คาสุงะ ไทฉะ 
 
 
 
ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ศาลหนึ่งของญี่ปุ่นค่ะ เคยมาเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นจะปิดแล้ว เลยได้ดูแต่ด้านนอก คราวนี้เลยจ่ายเงินเข้าไปดูด้านในด้วยค่ะ 
 
 
ระเบียงที่มีตะเกียงแขวนเป็นแนว (จำได้ว่าคราวก่อนถ่ายรูปมาสวยกว่านี้แฮะ -___-;)
 
 
กับต้นฟูจิ (วิสเทอเรีย) โบร่ำโบราณ ไปที่ไรไม่เคยเจอเธอบานเลย ไว้คราวหน้า ถ้ามีโอกาส จะกะเวลาไปเจอตอนเธอบานสวยเต็มต้นซักครั้งให้ได้ (เธอดังมากค่ะ เวลาออกดอกบานจะมีคนแห่มาดูกันเต็มเลยค่ะ คนญี่ปุ่นชอบดอกไม้กันจริงจังมาก ^^) 
 
 
ที่ศาลเจ้านี้มีเซียมซีภาษาอังกฤษบริการด้วย ถ้าคำทำนายออกมาดีก็เอากลับไปด้วย ถ้าไม่ดีก็ผูกไว้ที่ศาลเจ้า ตอนนั้นจำไม่ได้แล้วว่าได้ออกมาดีหรือไม่ดี น่าเสียดายจัง 
 
หลังจากออกจากศาลเจ้า ก็เดินขึ้นทางเขาแทนที่จะลงตามทางธรรมดา เพราะดันคิดว่าทางธรรมดาเราเคยเดินแล้ว ไปอีกทางดีกว่า 
 
ที่จริงการเดินทางคนเดียวก็ดีแบบนี้แหละค่ะ หลงไปได้เรื่อย ^^'> 
 
พอลงเขามาอีกที โน่นค่ะ ไปโผล่อยู่ทางใต้ของนารามะจิ (ตัวเมืองเก่าของนารา) ซะแล้ว 
 
หลงไปเจอบ้านสวยๆ 
 
 
 
 
วัดที่ปิดแล้ว 
 
 
 
 
อันนี้เป็นสวนของอีกวัดที่ปิดแล้ว ไปถึงตอนเย็นมาก จนทุกสิ่งอย่างปิดหมดแล้ว ยื่นมือผ่านรั้วเข้าไปถ่ายเอา  O<-<
 
 
เดินจนหกโมงกว่า วนไปวนมารอบเมืองเก่า กว่าจะหาป้ายรถเมล์เจอ 
ก่อนจะหาเจอนี่ถามทางคนไปตลอด ใจนึกอยากเจอป้อมตำรวจซักป้อม น่าจะดีกว่าไปรบกวนถามคนที่เดินผ่าน
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอซักป้อม พอหย่อนตัวลงนั่งแล้วหันไปมองข้างหลังเท่านั้นแหละ
 
 
ป้อมตำรวจอยู่หลังป้ายรถเมล์นี่เอง โถ่.... lllOTL 
 
 
เอาไว้แค่นี้ก่อนดีกว่าค่ะ รูปเยอะมาก(เกินไป)แล้ว ^^'>
 
ทริปนี้จบที่เกาหลี จะได้มาโพสต่อจนจบหรือเปล่าน้า~ //โดนตี 
 
เรื่องของเรื่องคือไปเที่ยวที่ใหม่มาแล้วอยากอัพเรื่องใหม่นั่นแหละ เอิ๊กๆๆ 
 
 
จนกว่าจะวันนั้น....